fbpx

พนักงานจำนวนมาก หมดไฟ และอยากลาออก ทำงานตำแหน่งเดียว #เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แต่กลับได้ทำยิ่งกว่าเจ้าของบริษัท

เราเชื่อว่าหลายๆคนที่อยู่ในวัยเริ่มทำงาน หรือทำงานมาแล้วสักระยะหนึ่ง อาจจะรู้สึกเหมือนๆกัน ทั้งแรงกดดัน การได้รับมอบหมายหน้าที่มากกว่าปกติ เช่น อะไรบ้างเลื่อนลงมาอีกนิด…

 

#เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

จริงๆแล้วเข้ามาทำงานตำแหน่งดีไซน์เนอร์ แต่ต้องมานั่งทำการตลาด อะไรประมาณนี้

บางครั้ง อาจทำให้เรากลายเป็นทุกอย่างให้กับออฟฟิศ หรือบริษัทไปแล้ว และนี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่พอทำไปมากๆแล้ว เริ่มรู้สึกหมดไฟในการทำงาน จริงๆมันเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ยังรวมไปถึงการทำงานที่แบบรู้สึกตัวเองไม่ได้พัฒนาสกิลอะไรเพิ่มเลย ทำงานตามลูป เป็นงานรูทีน นี่ก็อาจทำให้เรารู้สึกหมดไฟในการทำงานด้วยก็ได้

เดิมทีแล้ว การทำงานที่มากเกินขอบเขตที่เคยตกลงกันไว้กับองค์กร ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นรากฐานของการหมดไฟในการทำงาน หรือที่รู้จักกันในคำว่า Burnout

แม้หลายๆคนรู้สึกรักกับงานที่ทำอยู่จริงๆ แต่เมื่อถูกยัดเยียดให้ทำเพิ่มมากขึ้น ก็เลือกที่จะทิ้งองค์กรไป และหันมาดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง

 

#รูปแบบของการหมดไฟ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Fast Company ได้พูดถึงรากของภาวะหมดไฟ เอาไว้อยู่หลายรูปแบบด้วยกัน โดยส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำงานที่มากเกินจะรับไหว เช่น

  • ภาระงานมากเกินจะรับไหว (Overload)
  • ทำงานมาก แต่ไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรม (Unfairness)
  • ทำงานมาก แต่ไม่ถูกมองเห็น และให้คุณค่า (No Recognition)
  • รู้สึกควบคุมอะไรในงานตัวเองไม่ได้เลย (Lack of Control)

ปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผ่านมามีการวิจัย และศึกษาหลายครั้ง เกี่ยวกับผลกระทบของการทำงานมากเกินตัว เกินตำแหน่งของตัวเอง #เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว หนึ่งในนั้น คือ ภาวะหมดไฟ หรือ Neglect Burnout

เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ได้รับงานจนลืมไปแล้วว่าตัวเองต้องทำอะไร อันนี้ถือว่าหนักมากๆแล้ว คนที่พบเจอกับภาวนะนี้ จะทำให้รู้สึก หมดหวัง และไม่สามารถแบกรับภาระงานที่เกินตัวได้อีกต่อไป

และแน่นอนคนเหล่านี้ ไม่รู้ว่าต้องหาทางออกอย่างไรกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นทำให้หมดกำลังใจในการทำงานต่อไปเลยก็ได้

อีกทั้งเรื่องที่อันตรายเกี่ยวกับการทำงานอีกอย่าง คือ ภาวะพื้นที่การทำงาน (มากเกินไป) มีงานจำนวนมากอยู่แล้ว จนทำให้เข้าไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไป จากที่หลายๆคนหวังว่าจะให้ชีวิตการทำงาน Work-Life Balance แต่กลับกาลเป็น Work-Life Blending แทน หรือภาวะที่การทำงานกับชีวิตส่วนตัวเคลื่อนเข้าหากัน จนแทบแยกไม่ออกเลย ให้เข้าใจง่ายๆคือใช้ชีวิตเพื่อการทำงานแบบ 100% ทุกอย่างคืองาน อะไรแบบนี้…

 

#แก้ปัญหานี้ยังไงดี??

ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้หลายๆคนเห็นตรงกันว่า ลอง “ปฏิเสธ” ดูสิ สิ่งที่ทำเกินหน้าที่จะช่วยเราได้ง่ายขึ้น พูดคุยกับทีม เพื่อกำหนดขอบเขตงานที่ชัดเจนกว่าเดิม ว่าแต่ละคนต้องทำอะไรบ้าง ช่วยได้ก็ช่วย แต่ถ้ารู้สึกว่ามันยากปัญหามันบานปลายเกินไป ตัวเลือกในการหาที่ทำงานใหม่ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด หากไม่โอเคกับงานเดิมที่ทำอยู่แล้วก็ได้…

 

#ข้อมูลเพิ่มเติม #สำหรับหัวหน้า โดยเฉพาะ

วิธีการปกป้องพนักงานจากความเบื่อหน่าย และหมดไฟ (เบื้องต้น)

1. รักษาความเหนื่อยหน่ายคนต่อคน (ทำความรู้จักกับพนักงานเป็นการส่วนตัวให้มากขึ้น แต่ไม่มากเกินไป)
2 ส่งเสริมให้พนักงานตรวจสอบอารมณ์ของตัวเอง (ไม่กดขี่กดดันพนักงานมากจนเกิดไป)
3 ให้ความสำคัญกับการปฏิเสธ (หาเหตุผล และรับฟัง)
4 สนใจด้านชีวิตที่บ้านของพนักงาน (อย่าลืมถามคำถามเกี่ยวกับชีวิตที่บ้านของพนักงาน)

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว และชอบเรื่องราวแบบนี้ อย่าลืมกดติดตามให้กำลังใจเพจเล็กๆของเราด้วยนะฮะ

 

แล้วคุณหละ??

เบื่อที่ต้องทำงาน #งานรูทีน แบบนี้ทุกๆวันหรือยัง…

ลอง comment, share หรือ tag เพื่อนคุณมาพูดคุยกัน!!

Source

How To Protect Your Employees From Burnout

The Power Of No: How To Deal With Overload And Burnout

3 Types of Burnout, According to Psychologists (and Signs You’re Headed For Trouble) | Inc.com

BRIEF: พนักงานจำนวนมาก หมดไฟ และอยากลาออก เพราะทำงานตำแหน่งเดียว ได้เป็นทั้งประธาน บัญชี เลขาฯ เออี และแทบทุกอย่างให้องค์กร

 

#News #NOWASU

Facebook Comments
Total
0
Shares
Previous Article

AI ปัญญาประดิษฐ์ ของ Nvidia ตอบกลับทีมวิจัย และพัฒนาว่า AI จะไม่มีวันมีจริยธรรมต่อมนุษย์

Next Article

CPALL เปิดตัว Delivery Robot หุ่นยนต์ส่งสินค้าเซเว่น มาแทนพนักงาน

Related Posts
Read More

พี่มาร์ค พลาด!! กำลังจะไปจดทะเบียนบริษัท Meta แต่ดันมีบริษัทจดไว้ก่อนแล้ว แถมบอกพร้อมถอนการยื่นจดทะเบียน หาก พี่มาร์ค ยอมจ่าย 654 ล้านบาท

ย้อนกลับไปหน่อย เม…