อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงโลกทางด้าน FinTech วันนี้ลองมาทำความรู้จัก ตั้งแต่ความน่าเชือถือ เทคโนโลยี ที่มาที่ไปทั้งหมดของ เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัล FinTech ใหม่จาก Facebook

ปล. จากที่ทีมงาน NOWASU.CO หาข้อมูลมา พบว่า มีภาษาด้านเทคนิคค่อนข้างเยอะ ทีมงานจึงขอไม่พูดภาษาเทคนิคนะฮะ ….

 

#สิ่งที่คุณควรรู้ก่อน!!

บล็อกเชน (Blockchain) คืออะไร??

บล็อกเชน (Blockchain) คือ เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การทำธุรกรรมทางการเงิน รวดเร็ว ปลอดภัย น่าเชือถือ และที่สำคัญเป็นเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer ไม่มีตัวกลาง อย่าง ธนาคารเข้ามาเก็บค่าธรรมเนียม!!

แต่เมื่อพูดถึงความน่าเชือถือหลายคนอาจสงสัยว่า Blockchain จะมีความน่าเชื่อถือได้อย่างไร?? ในเมื่อไม่มีธนาคารคอยรับรอง

ย้อนกลับไปให้เข้าใจง่ายๆ เมื่อช่วงปลายปี 2008 ได้มีการเผยแพร่ Whitepaper ที่ชื่อ Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System โดยโปรแกรมเมอร์ ที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ก่อนที่จะเปิดตัวครั้งแรก ในปี 2009 ได้ถือกำเนิดเงินสกุลดิจิทัลแรกของโลก หรือ Bitcoin นั้นเอง โดยอาศัยหลักการที่ให้ทุกคนในระบบช่วยกันยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อใดก็ตามที่มีการส่ง Bitcoin หรือทำธุรกรรมจะถูกเผยแพร่ไปทั่วเครือข่าย โดยหลังจากที่มีการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ธุรกรรมนั้นก็จะถูกบันทึกลงสมุดบัญชีแยกประเภทท หรือที่เรียกว่า Blockchain นั้นเอง

เพิ่มเติม – ส่วนใหญ่ระบบเงินตรา หรือสกุลเงินบนโลกเรา ถูกกำหนด และควบคุมโดยส่วนกลาง (ธนาคาร) ซึ่งต่างจาก Bitcoin ที่เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบผู้ใช้ต่อผู้ใช้ (Peer-to-Peer)

ระบบ Centralized และ Decentralized คืออะไร??

ระบบ Centralized คือ ระบบที่มีศูนย์กลางในการเก็บ หรือดูแลข้อมูล เช่น ธนาคารที่มีเซิร์ฟเวอร์หลักเก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้งาน (ธนาคารเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ใช้งานไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีความโปร่งใส)

ระบบ Decentralized คือ ระบบที่ไม่มีศูนย์กลางในการเก็บ หรือดูแลข้อมูล มีความโปร่งใสของข้อมูล ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่ Blockchain นำระบบ Decentralized มาใช้ (ไม่ต้องพึงพาตัวกลาง เช่น ธนาคาร หรือ รัฐบาล)

คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คืออะไร??

คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คือ การเข้ารหัสลับสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน

โดยความพิเศษของ Cryptocurrency จะเป็นระบบ Decentralized ผ่านพื้นฐานเทคโนโลยี Blockchain อีกด้วย (Bitcoin คือ Cryptocurrency เหรียญแรกของโลก)

สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) คืออะไร??

สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) คือ เหรียญที่มีมูลค่าคงที่ความผันผวนต่ำ เช่น เหรียญ DAI จะมีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาตลอด ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่เหรียญก็จะมีมูลค่าคงที่ (ใช้หลักการเดียวกับการพิมพ์เงิน)

ยกตัวอย่างเช่น เอาทองราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาใช้ค้ำประกัน แล้วพิมพ์เหรียญ NOWASUCOIN มาจำนวน 1 ล้านเหรียญ หมายความว่า มูลค่าของ 1 NOWASUCOIN จะมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ

สกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) คืออะไร??

สกุลเงินทั่วไป (Fiat Currency) คือ สกุลเงินทั่วไปที่ออกโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ หรือเรียกสั้นๆว่า เงิน Fiat

 

#โพสต์เดียวตื่นเต้นกันทั้งโลก!!

จากที่ล่าสุด พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าแห่ง Facebook ได้โพสต์ผ่าน Account ส่วนตัว เกี่ยวกับ เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัล เรียกได้ว่าสร้างความแตกตื่นให้กับคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ว่าแต่….

มันคืออะไรหละ?? แตกต่างกับ Bitcoin อย่างไร?? ใช้งานอย่างไร?? แล้วใครเป็นเจ้าของ Libra ?? มาหาคำตอบพร้อมๆกันฮะ!!

อ่าน ประวัติ พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้สร้าง Facebook ได้ที่นี่

 

#เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัล คืออะไร??

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ลิบร้า หรือ Libra ก็คือ สกุลเงินดิจิทัลที่เปิดให้ใช้งานบนโลกออนไลน์ ถูกออกแบบให้มาเป็น สกุลเงินที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก (Global Currency) หรือเรียกอีกอย่างง่ายๆ Libra เป็นสกุลเงินสากลที่ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเจ้าของ

ที่สำคัญ เหรียญ Libra จะใช้เทคโนโลยี Blockchain ทั้งในการพัฒนา ดูแลข้อมูล และขับเคลื่อนสกุลเงินนี้ให้มีความปลอดภัยน่าเชือถือสูง

การที่จะเป็นสกุลเงินได้ Libra จะต้องมีมูลค่าที่คงที่ หรือความผันผวนของค่าเงินต่ำ เหรียญ Libra จึงเป็น Stablecoin ซึ่งการที่จะเป็น Stablecoin ได้จะต้องมีทรัพย์สินที่มีมูลค่ามาวางเพื่อค้ำประกันตามมูลค่า ใช้หลักการเดียวกับการพิมพ์เงินของประเทศต่างๆ

ในส่วนของมูลค่าต่อเหรียญ Libra จะมีค่าเท่าไหร่?? คงต้องรอติดตามอีกทีฮะ

Libra ไม่ได้ใช้มูลค่าของสกุลเงินในการยึด (peg) เพียงอย่างเดียว

จากข้อมูล Whitepaper ของทางสมาคม Libra Association (องค์กรหลักในการดูแลเหรียญ Libra) บอกว่า Libra จะไม่ได้ยึดกับสกุลเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะยึดกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าอื่นๆด้วย ยังไม่มีความชัดเจน แต่จะเลือกสิ่งที่มีความผันผวนต่ำ (อาจจะใช้ทองก็ได้)

ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ว่าจะแบน หรือยอมรับให้มีร้านรับแลกเปลี่ยน Libra

หลักจากที่ Libra Association นำสินทรัพย์มาค้ำประกัน และพิมพ์ เหรียญ Libra ให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว จะเปิดให้คนทั่วไปสามารถเอาเงิน Fiat หรือเงินที่ออกโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ มาแลกเป็น เหรียญ Libra ได้เลย (ขึ้นอยู่กับสถานที่ ที่จะได้รับสิทธิ์ให้บริการรับแลกเหรียญ Libra)

ด้านเทคโนโลยี Blockchain ของ Libra

เอาแบบอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ในด้านการทำงานของ เหรียญ Libra และสมาคม Libra Association ผ่านเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะช่วยให้….

โอนเงินเร็วมาก-ไม่มีตัวกลาง-ไม่มีค่าธรรมเนียม-มีความปลอดภัยสูง-ใช้งานได้ทุกคน

ส่วนในทางเทคนิคด้านการทำงานของ Libra ผ่านเทคโนโลยี Blockchain มีความน่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเลือกกระบวนการหาข้อตกลงร่วม (Consensus) แบบ LibraBFT เดิมที่เป็น BFT-Based Protocol ชื่อว่า HotStuff

สาเหตุที่ Libra เลือกใช้ HotStuff เพราะมันเป็นโปรโตคอลที่ทำงานได้รวดเร็ว และยังสามารถเพิ่มจำนวน Node ได้เรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาด้านประสิทธิภาพ

อีกทั้ง การเลือกใช้ภาษา Move ในการเขียนโปรแกรมรัน Smart Contract บน Blockchain โดยตรง (ภาษา Move ถูกออกแบบมาให้รันบน Libra โดยเฉพาะ)

ถือได้ว่า โปรเจคนี้ ไม่ได้มาเล่นๆจริงๆมีการวางแผนไว้อย่างรอบคอบ ตั้งแต่ต้นจนปลาย เรียกได้ว่า มองไกลไประดับสเกลไปทั่วโลกเลยจริงๆฮะ

และถ้าทั่วโลกให้การยอมรับในการใช้เหรียญ Libra จริงๆ ไม่สงสัยเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น?? ในขั้นการปฏิวัติทางด้านการเงินของโลก ด้วยเทคโนโลยี Blockchain เนี่ย

สำหรับนักพัฒนา โปรแกรมเมอร์ ที่สนใจแบบลึกๆภาษา Developer คุยกัน อ่านได้ที่นี่ฮะ ขั้นตอนการ Validate Transaction

เหรียญ Libra อาจไม่มีความเป็น Decentralized

แม้ เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัลนี้ จะไม่ต้องพึงพาตัวกลางอย่าง ธนาคาร หรือรัฐบาลก็จริง แต่มีองค์กรเอกชนยักษ์ใหญ่ ที่เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง (Founding Members) คอยควบคุม และเข้าถึงข้อมูลอยู่ จึงไม่มีความเป็น Decentralized

เปรียบเสมือน – สมาชิกผู้ก่อตั้ง Libra ทั้งหมด เป็นผู้เล่นรายใหญ่ๆทั้งนั้นที่เข้ามาคอยกุมอำนาจ แม้จะมีอำนาจน้อยก็ตาม

 

#Libra แตกต่างกับ Bitcoin อย่างไร??

Libra vs Bitcoin

เหรียญ Libra

  • เกิดขึ้นจากการรวมตัวขององค์กรยักษ์ใหญ่ (Facebook ไม่ใช่เจ้าของ)
  • เพิ่มโอกาสให้คนอีก 1,700 ล้านคน ในการเข้าถึงธุรกรรมทางการเงิน
  • เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก (Global Currency) ทุกคนแบบทุกคนจริงๆ
  • เป็นสุกลเงินที่มีมูลค่าคงที่ เป็น Stablecoin
  • มีความปลอดภัยด้านข้อมูลสูง ใช้เทคโนโลยี Blockchain
  • ไม่มีความเป็น Decentralized ไม่ต้องพึงพาตัวกลางก็จริง แต่มีองค์กรเอกชนคอยควบคุม
  • ไม่ได้เกิดมาเพื่อลงทุนหวังผลกำไรในอนาคต
  • ใช้งานผ่าน E-Wallet แอพฯกระเป๋าเงินดิจิทัล Calibra (บริษัทลูกของ Facebook)
  • มูลค่าต่อเหรียญ Libra รอติดตาม!!

เหรียญ Bitcoin

  • เกิดขึ้นจากโปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาชาวญี่ปุ่น
  • เข้าถึงกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่สนใจในด้านธุรกรรมทางการเงิน
  • เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก Cryptocurrency บน Blockchain
  • เป็นสุกลเงินที่มีมูลค่าความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply
  • มีความปลอดภัยด้านข้อมูลสูง ใช้เทคโนโลยี Blockchain
  • มีความเป็น Decentralized ไม่ต้องพึงพาตัวกลาง เช่น ธนาคาร หรือ รัฐบาล
  • นิยม ซื้อ-ขาย-ขุด-ลงทุน เพื่อหวังผลกำไรในอนาคต
  • ใช้งานซื้อ-ขายได้หลากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ในไทย Bx.in.th หรือ coins.co.th
  • ปัจจุบัน 1 Bitcoin มีมูลค่าประมาณ 3 แสนบาท

 

#คนไทยใช้งาน เหรียญ Libra ยังไง??

ใช้ผ่านแอพฯกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ชื่อ Calibra

ทาง Facebook ได้ทำแอพพลิเคชั่นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Wallet มีไว้สำหรับเก็บเหรียญ Libra โดยเฉพาะ ชื่อว่า Calibra ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Facebook (เก็บข้อมูลแยกกับ Facebook)

ฟีเจอร์พร้อมบนแอพฯอื่นๆ เช่น Facebook Messenger, WhatsApp และ Instagram

สำหรับคนไทย Facebook คงเตรียมความพร้อมที่จะเพิ่มฟีเจอร์ของ Calibra ลงบนแอพฯต่างๆอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะการซื้อ-ขายสินค้า หรือธุรกรรมอื่นๆ เช่น การยิงโฆษณา การทำการตลาด หรือการโปรโมทเพจ ผ่าน Facebook

หรือจะเป็นแอพฯส่งข้อความหลักๆ อย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp โอนเงินให้เพื่อน หรือครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศ ฯลฯ

ที่สำคัญ พ่อค้าแม้ค้า ที่ทำ E-Commerce ขายสินค้าผ่าน Instagram ก็คงได้ใช้งานแน่ๆ

 

#Facebook ไม่ใช่เจ้าของ Libra นะจ๊ะ

ต้องบอกก่อนว่า Facebook ไม่ใช่เจ้าของ Libra แต่เป็นเพียงหนึ่งในผู้ริเริ่มโปรเจคนี้ ถึงแค่ปลายปี 2019 นี้เท่านั้น (มีอีก 27 บริษัท ที่ร่วมก่อตั้ง)

ซึ่ง เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัล นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ใช้ชื่อว่า Libra Association

 

#สมาคม Libra Association คืออะไร??

สมาคม Libra Association คือ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีหน้าที่ดูแล พัฒนา และแสดงความรับผิดชอบทั้งหมดของเหรียญ Libra โดยมี Facebook เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ขณะนี้ มี Founding Members หรือสมาชิกผู้ก่อตั้ง อยู่ที่ 28 บริษัท ทาง Libra Association คาดว่าจะมีบริษัทเข้ามาเป็น Partners ร่วมถึง 100 บริษัท ก่อนเริ่มใช้งานจริง ในปี 2020

แต่ละบริษัทที่เข้ามาเป็น Partner จะต้องผ่านเงื่อนไขพื้นฐานที่กำหนดไว้ คือ ….

  • ต้องลงขันคนละ 300 ล้านบาท (10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)
  • ต้องมีมูลค่าตลาดของบริษัท (Market Cap) มากกว่า 30,000 ล้านบาท (1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อีกทั้งบริษัทที่เป็น Partners กับ Libra Association จะได้รับบริษัทละ 1 Node เพื่อขับเคลื่อน Libra Network ให้สามารถทำงานได้

 

#สมาชิกผู้ก่อตั้งจาก 6 อุตสาหกรรม 28 บริษัท

Libra Association

เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขององค์กร การเข้ามามาส่วนร่วมจากทั้ง 6 อุตสาหกรรม ที่ประกอบด้วยธุรกิจ… ด้านการชำระเงิน, ด้านการลงทุนก้อนใหญ่, ด้านเทคโนโลยี, ด้านการพัฒนาบล็อกเชน, ด้านโทรคมนาคม รวมถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษา

ธุรกิจด้านการชำระเงิน (Payments)

Libra Association 28 Founding Members

  • Mastercard
  • PayPal
  • PayU (เป็น FinTech และ e-Payments ของ Naspers)
  • Stripe
  • Visa

ธุรกิจด้านเทคโนโลยี และตลาดการซื้อขายออนไลน์ (Technology and Marketplaces)

Libra Association 28 Founding Members

  • Booking Holdings
  • eBay
  • Facebook/Calibra
  • Farfetch
  • Lyft
  • Mercado Pago
  • Spotify AB
  • Uber Technologies, Inc.

ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecommunications)

  • Iliad
  • Vodafone Group

ธุรกิจบล็อกเชน (Blockchain)

Libra Association 28 Founding Members

  • Anchorage
  • Bison Trails
  • Coinbase, Inc.
  • Xapo Holdings Limited

ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital)

  • Andreessen Horowitz
  • Breakthrough Initiatives
  • Ribbit Capital
  • Thrive Capital
  • Union Square Ventures

องค์กรไม่แสวงหากำไร และสถาบันการศึกษา (Nonprofit and Multilateral Organizations, and Academic Institutions)

  • Creative Destruction Lab
  • Kiva
  • Mercy Corps
  • Women’s World Banking

สิ่งที่ 28 องค์กร สมาชิกผู้ก่อร่วมตั้ง Libra Association จะต้องมี!!

  • มูลค่าตลาดของบริษัท (Market Capitalization) มากกว่า 30,000 ล้านบาท (1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)
  • ถือครอง หรือดูแลทรัพย์สินของลูกค้า (เหมือน ธนาคาร นั้นแหละ) มากกว่า 30,000 ล้านบาท (1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

อยากเป็น Partner กับ Libra Association ต้องทำยังไง??

การที่จะเข้ามาร่วมเป็น Partner กับ Libra Association ได้นั้น ไม่ยากเลย!! ก็แค่… นำเงินจำนวน 300 ล้านบาท (10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ไปลงทุนกับทาง Libra Association จบ!!

 

แล้วคุณหละ??

คิดว่า เหรียญ Libra สกุลเงินดิจิทัล นี้ จะเป็นจริงหรือไม่…

ลอง comment, share หรือ tag เพื่อนคุณมาพูดคุยกัน!!

 

Source

ทำความรู้จัก Libra เหรียญ Stablecoin – NuuNeoI

ทำความรู้จัก Blockchain – Techsauce

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนมาเป็น Decentralized – JIBEX

Cryptocurrency คืออะไร – FBS

Libra เมื่อเฟซบุ๊กจะสร้างแบงก์ชาติโดยไม่ต้องมีชาติ – Blognone

ไทยเตรียมเปิดคอร์สสอนเขียนภาษา Move บน Blockchain – Siam Blockchain

มาลองเล่นสกุลเงินดิจิตอลใหม่ Libra โดย Facebook – Medium

5 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency – PeerPower

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Digital Currency, Bitcoin และ Blockchain – ThaiPublica

Facebook Coin “Libra” ใครได้ ใครเสีย กับแผนการกินรวบอำนาจแห่งทศวรรษ – Coinman

Blockchain กับการปฏิวัติตัวกลาง ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ – Coinman

Satoshi Nakamoto – วิกิพีเดีย

Quotes – Libra

Facebook Comments