fbpx

สถิติ Facebook Page ล่าสุด!! เพื่อปี 2019 รีบอ่านด่วนโดยเฉพาะแอดมินเพจ

จากการรายงานเชิงลึกของ quintly ใน Facebook Study 2018 ตั้งแต่เรื่อง สถิติ Facebook การโพสต์บน Facebook วิธีเพิ่มประสิทธิการโพสต์ การสร้างเพจ การวิเคราะห์ ครบจบในบทความนี้!! เหมาะสำหรับผู้ดูแลเพจ และแอดมินเพจสุดๆ ด่วน! รีบนำไปใช้

กับเรื่อง กรณีศึกษา สถิติ Facebook Page ล่าสุด!! เพื่อปี 2019 รีบอ่านด่วนโดยเฉพาะแอดมินเพจ

 

การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้มาจาก??

  • กว่า 94,000 โปรไฟล์เพจ บน Facebook
  • กว่า 105 ล้านโพสต์ ที่เผยแพร่โพสต์บน Facebook

 

ระยะเวลาในการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล

  • ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2018 (1 ปีเต็ม)

 

คำเตือน!!

ข้อมูลนี้เหมาะสำหรับผู้ดูแลเพจ ศึกษาข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดของแพลตฟอร์ม Facebook

 

#จำนวนผู้ติดตามโปรไฟล์เพจ ที่ quintly ทำการศึกษา

จากที่ทำการศึกษาวิเคราะห์ กว่า 94,000 โปรไฟล์เพจ บน Facebook ต่างก็มีฐานผู้ชม หรือคนติดตามที่แตกต่างกันออก ไล่ตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน จนไปถึงหลัก 10 ล้านคน ซึ่งจะแบ่งออกได้ทั้ง 6 กลุ่ม ดังนี้

  • 14.6% – มีจำนวนผู้ติดตาม 0-1,000 followers
  • 19.9% – มีจำนวนผู้ติดตาม 1,000-10,000 followers
  • 23.2% – มีจำนวนผู้ติดตาม 10,000-100,000 followers
  • 22.9% – มีจำนวนผู้ติดตาม 100,000-1,000,000 followers
  • 15.6% – มีจำนวนผู้ติดตาม 1,000,000-10,000,000 followers
  • 3.8% – มีจำนวนผู้ติดตาม 10,000,000 followers ขึ้นไป

 

#สถิติโพสต์ทั้งหมดบน Facebook ตลอดปี 2018

ทาง quintly ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลโพสต์ทั้งหมด ภายในปี 2018 ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนโพสต์กว่า 105 ล้านโพสต์ บน Facebook เรียงจากมากสุดไปน้อยสุด พบว่า ….

  • 54.9% – เป็นโพสต์ประเภท Link (ลิ้งก์)
  • 29.1% – เป็นโพสต์ประเภท Image (รูปภาพ)
  • 14.1% – เป็นโพสต์ประเภท Video (วีดีโอ)
  • 1.8% – เป็นโพสต์ประเภท Status (ข้อความ หรือสถานะ)

 

#สถิติแต่ละโปรไฟล์เพจ เลือกโพสต์แบบไหนมากที่สุด??

1 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 0-1k (กลุ่มคนตามน้อย)

  • 37% – โพสต์แบบ Link
  • 54% – โพสต์แบบ Image (มากที่สุด)
  • 9% – โพสต์แบบ Video

2 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 1k-10k (กลุ่มคนตามน้อย)

  • 35% – โพสต์แบบ Link
  • 54% – โพสต์แบบ Image (มากที่สุด)
  • 11% – โพสต์แบบ Video

3 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 10k-100k (กลุ่มคนตามเริ่มมาก)

  • 45% – โพสต์แบบ Link (มากที่สุด)
  • 42% – โพสต์แบบ Image
  • 13% – โพสต์แบบ Video

4 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 100k-1m (กลุ่มคนตามมาก)

  • 57% – โพสต์แบบ Link (มากที่สุด)
  • 29% – โพสต์แบบ Image
  • 14% – โพสต์แบบ Video

5 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 1m-10m (กลุ่มคนตามมาก)

  • 64% – โพสต์แบบ Link (มากที่สุด)
  • 21% – โพสต์แบบ Image
  • 15% – โพสต์แบบ Video

6 โปรไฟล์เพจที่มีผู้ติดตาม 10m+ (กลุ่มคนตามมากโครตๆ)

  • 53% – โพสต์แบบ Link (มากที่สุด)
  • 25% – โพสต์แบบ Image
  • 22% – โพสต์แบบ Video

สังเกตจะเห็นว่าจากทั้ง 2 กลุ่มโปรไฟล์เพจแรก (กลุ่มคนตามน้อย) ที่มีผู้ติดตาม 0-10k จะเลือกโพสต์แบบ Image หรือรูปภาพมากที่สุด

แต่ใน 4 กลุ่มโปรไฟล์เพจหลัง (กลุ่มคนตามมาก) ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 10k ขึ้นไปจน 10m+ จะเลือกโพสต์แบบ Link มากที่สุด

 

#โพสต์แบบไหนมีส่วนร่วมมากที่สุด??

มาถึงส่วนที่เรียกว่า ปฏิสัมพันธ์ การโต้ตอบ (Interactions) และการมีส่วนร่วม (Engagement) ซึ่งโพสต์แบบไหนหละ?? ที่จะชวนคนเข้ามาพูดคุย ตอบโต้กันมากที่สุด….

ซึ่งแน่นอนว่ากลับกันแบบสุดๆ เพราะมันไม่ใช่การโพสต์แบบ Link และก็ไม่ใช่การโพสต์แบบรูปภาพ แต่กลับเป็นการโพสต์แบบวีดีโอนั้นเอง!!

ปล. การมีส่วนร่วม หรือการตอบโต้นี้รวมถึงการ กดถูกใจ + การแสดงความคิดเห็น + การแชร์ ด้วยนะ!!

 

#สถิติประเภทโพสต์ที่สร้างการส่วนร่วมมากที่สุด!!

  • แบบวีดีโอ จะสร้างการมีส่วนร่วมมากกว่า โพสต์แบบรูปภาพ ถึง 65%
  • แบบรูปภาพ จะสร้างการมีส่วนร่วมมากกว่า โพสต์แบบข้อความสถานะ ถึง 105%
  • แบบข้อความสถานะ การมีส่วนร่วมจะน้อยกว่า โพสต์แบบรูปภาพ ถึง 50%
  • แบบ Link การมีส่วนร่วมจะน้อยกว่า โพสต์แบบวีดีโอ ถึง 72%

 

#โพสต์เนื้อหาสั้น หรือยาวอันไหนดีกว่ากัน??

จากข้อมูลที่ศึกษามาตั้งแต่ต้นของ โปร์ไฟล์เพจ ที่ quintly ศึกษา เลือกใช้ความยาวของเนื้อหา ดังนี้

  • 8.3% – ตัวอักษรที่ใช้ 0 ตัวอักษร
  • 13.5% – ตัวอักษรที่ใช้ 1-50 ตัวอักษร
  • 40.4% – ตัวอักษรที่ใช้ 51-150 ตัวอักษร (ใช้มากที่สุด)
  • 25.3% – ตัวอักษรที่ใช้ 151-300 ตัวอักษร (ความยาวพอๆกับ Twitter)
  • 12.5% – ตัวอักษรที่ใช้ 300 ตัวอักษรขึ้นไป

หมายความว่า 8.3% ที่ใช้ 0 ตัวอักษร, 13.5% ที่ใช้ 1-50 ตัวอักษร และ 12.5% ที่ใช้ 300 ตัวอักษรขึ้นไป เป็นกลุ่มส่วนที่เล็กที่สุด (เนื้อหาที่สั้นมากไป ยาวมากไป หรือไม่ใส่อะไรเลย)

 

NOWASU.CO อยากแนะนำ!!

จากการพูดคุยภายใน ทีมงาน NOWASU.CO คิดว่า….สิ่งที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด คือ ควรใส่คำอธิบายประกอบ หรือเนื้อหาแคปชั่นของโพสต์นั้นๆลงไปด้วย

ซึงจริงๆแล้วมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสั้น หรือยาวของเนื้อหาหรอก แต่คุณควรคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้อ่านของคุณมากกว่า ว่าคุณต้องการจะสื่อเรื่องราวอะไรให้พวกเขา

อีกอย่าง แต่ละโปรไฟล์เพจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน….การที่คุณควรเริ่มหันมาสนใจกลุ่มผู้อ่านอย่างเฉพาะเจาะจงนี่แหละ จะทำให้คุณเข้าใจสิ่งที่ผู้อ่านต้องการจะได้รับ และเนื้อหาของคุณมันจะเริ่มมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาเอง

ท้ายที่สุด อย่าลืมด้วยนะ!! เมื่อถึงจุดๆนึงที่เริ่มมีคนติดตามคุณเข้าแล้วจริงๆสิ่งที่คุณทำออกไปทั้งหมด มันจะซึมซับเข้าไปถึงกลุ่มคนที่เสพเนื้อหาของคุณเอง เช่น พฤติกรรมการโพสต์ เวลาในการโพสต์ รวมถึงคาแรคเตอร์ ไลฟ์สไตล์ ที่แสดงออกมาเป็นตัวคุณ หรือเป็นแบรนด์มากที่สุด

 

#สถิติการโพสต์เนื้อหาสั้น และยาว

จากภาพจะเห็นได้ว่า ทั้ง 6 กลุ่ม ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ในการเลือกโพสต์เนื้อหาที่มีความสั้น และความยาวต่างกัน….

 

#โพสต์วันหยุดสถิติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

  • 23% – โพสต์มีการเผยแพร่ในวันหยุด
  • 13% – โพสต์ที่เผยแพร่ในวันหยุด มีการตอบโต้สูงขึ้น

จากการศึกษากว่า 105 ล้านโพสต์ เมื่อปี 2018 พบว่า….การโพสต์ในช่วงวันหยุดเสาร์ หรืออาทิตย์ มีแนวโน้มที่จะช่วยเพิ่มมีปฏิสัมพันธ์ หรือการโต้ตอบ กับผู้คนมากกว่าในช่วงวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์

 

#สถิติคนใช้ปุ่มกดปฏิกิริยาใหม่ๆ Wow Love Sad

การเพิ่มขึ้นของปุ่มกดปฏิกิริยาใหม่ๆ จะเพิ่มขึ้น!! ช่วงที่เปิดตัวปุ่มกด Sad และ Wow ในปี 2016 อาจจะยังไม่บูมขึ้นมาขนาดนั้น ต่ตัวเลขของผู้ใช้งานปุ่มนั้นๆก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • 81% – กด Like
  • 7% – กด Love
  • 7% – กด Haha
  • 2% – กด Angry
  • 2% – กด Sad
  • 2% – กด Wow

 

#เปรียบเทียบการกด Like และ กด Love ช่วงปี 2018

  • คนกดปุ่ม Like ลดลง 4.2%
  • คนกดปุ่ม Love เพิ่มขึ้น 1.3%

 

ถ้าหากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว

ลองกดปุ่ม Wow บอกเราที!!

 

Source

quintly.com / Social Media Today

Facebook Comments
Total
504
Shares
Previous Article
อัจฉริยะด้านเทคโนโลยี

รวมยอดคน!! อัจฉริยะด้านเทคโนโลยี ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

Next Article
แบดด์ ปรัชญา

อัจฉริยะไทยคนแรก แบดด์ ปรัชญา ผู้พลิกวงการโฆษณาน่าเบื่อ สู่โฆษณาโลกเสมือนจริง ผู้ก่อตั้งบริษัท OmniVirt

Related Posts